Untitled Documentผมจั่วหัวเรื่อง ฟังดูน่าตกใจ!!! ใครจะไปเชื่อละว่า เลิฟเบริด นกแก้วตัวเล็ก ๆ จากดินแดนอัฟริกา ที่ข้ามฟ้า ข้ามฝั่งมา เป็นนกใส่เข่งนั่งเลหลังขายกันแบบ 3 ตัวร้อยบาท เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มันจะเป็นเรื่องจริงที่ว่า "สูญพันธุ์!!"
เลิฟเบริด์ นกแก้วตัวเล็กสีสันสดใส กลายเป็นนกที่ได้รับการบันทึกไว้ในวงการนกสวยงามไทยว่า มันคือ นกที่สร้าง เศรษฐีวงการนก และ สร้างยาจกใหม่ จากการเลี้ยงนก ได้ในเวลาเดียวกัน
วันนี้ถ้าจะเอาข้อมูล และเรื่องราวเกี่ยวกับนกเลิฟเบริ์ด มาให้อ่านกัน ก็เกรงว่า จะเป็นการนำมะพร้าวห้าวมาขายสวนซะนี่
แต่ขอนำเอาบางเสี้ยว บางส่วน ที่น่าสนใจเกี่ยวกับนกชนิดนี้ มาเล่าสู่กันฟัง โดยเฉพาะในประเด็นที่ตรงกับหัวข้อที่ว่า "สูญพันธุ์!"
เป็นที่ทราบกันดีว่า นกแก้วเลิฟเบริด์ นกในสกุล Agapornis 9 สายพันธุ์ที่ประกอบด้วย
Peach-faced Lovebird, (Agapornis roseicollis)
Fischer's Lovebird, (Agapornis fischeri)
Masked Lovebird, (Agapornis personatus)
Madagascar Lovebird, (Agapornis canus)
Lilian's Lovebird or Nyasa Lovebird, (Agapornis lilianae)
Black-cheeked Lovebird, (Agapornis nigrigenis)
Abyssinian Lovebird, (Agapornis taranta)
Red-faced Lovebird, (Agapornis pullarius)
Black-collared Lovebird, (Agapornis swindernianus)
ทั้ง 9 สายพันธุ์ที่กล่าวมา ที่น่าสนใจที่สุดดังหัวข้อนี้ ก็เห็นจะเป็น เจ้าสายพันธุ์สุดท้ายที่ชื่อว่า Black-collared Lovebird, (Agapornis swindernianus) หรือจะเรียกภาษาไทยง่าย ๆว่า เลิฟเบริ์ดสร้อยคอดำ ก็น่าจะง่ายในการจดจำดี
จำได้ว่า..ทุกครั้งที่มีการพูดกันถึงเรื่อง นกแก้วเิลิฟเบริ์ด ก็มักจะพูดถึง นกแก้วที่มีความรักต่อคู่ของมันไปจนตาย และบ้างถึงขนาดพูดถึงว่า นกตัวที่เหลือ อาจจะเกิดการหงอยเหงาและซึมเศร้าตายตามคู่รักของมันไปอีกตัว.....
ผมเคยเจอเหตุการณ์ข้างต้น เมื่อนกคู่ของมันตายไป...แต่ก็สังเกตุเห็นว่า อีกตัวที่เหลือ มันก็ยังดูเริงร่า สดใส และเผลอ ๆ ยิ่งสังเกตุไป มีออกอาการซาบซ่าออกหน้าออกตาให้เห็น ก็มีบ่อยครั้ง.... ทิ้งระยะไม่นาน หลังจากที่ผมนำตัวใหม่เข้าไปแทนตัวเดิม ก็มีอาการกระดี๊กระด๊า เข้ากันได้ เป็นปี่ เป็นขลุ่ย ในเวลาเพียงไม่กี่วัน!!
หลังพยายามค้นหาเรื่องราวอยู่นาน เพื่อจะให้ข้อพิสูจน์ที่ว่า "เลิฟเบริ์ด เป็นนกที่จะอยู่กับคู่มันไปจนตาย" เป็นเรื่องจริง ก็ดูเหมือนว่าจะพอมีความหวังอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ หนึ่งสายพันธุ์ ที่กำลังพูดถึงวันนี้
Black-collared Lovebird, (Agapornis swindernianus) นี่ละ...ใช่เลย
เจ้าเลิฟเบริ์ดสายพันธุ์ ดูเหมือนจะกลายเป็น นกแก้วเลิฟเบริ์ดที่แสนอาภัพ และน่าสงสารที่สุดในกลุ่มเลิฟเบริ์ด เพราะข่าวสารล่าสุดของมันก็คือ "เชื่อว่าอยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์!!!"
ภาพของนกตัวจริง ๆ ที่พอจะค้นหามาให้ยลโฉมกันได้ ก็เห็นจะพอมีปรากฎเป็นภาพของ สัตว์สตรั๊ฟในพิพิทธภัณฑ์ต่างประเทศ และปรากฏในแสตมป์เก่า ของประเทศไลบีเรีย และ อูกานดาน แต่ไอ้เจ้าตัวเป็น ๆ บินได้.......มันหายไปไหน!!!????
ในอดีตที่ผ่านมา เคยมีนักเพาะพันธุ์นกเลิฟเบริด์ต่างประเทศ หลายท่าน ได้เพียรพยายามนำเจ้านกเลิฟเบริ์ดสายพันธุ์นี้ มาทำการเพาะขยายพันธุ์ แต่ก็พบว่า เลิฟเบริด์สายพันธุ์นี้ น่าจะอยู่ในบรรดา "นกหิน" ที่สุดเท่าที่พบ!
จากการที่พบว่า นกสายพันธุ์นี้ ไม่สามารถมีชีวิตอยู่
ได้ภายใต้การเลี้ยงดูของมนุษย์ เนื่องจากมีลักษณะนิสัยที่ค่อนข้างตื่น และขี้อายแบบสุด ๆ รวมทั้ง พฤติกรรมในการกินที่จำเป็นต้องพึ่งพาอาหารเฉพาะ เช่น ผลไม้จำพวก มะเดื่อ หรือลูกไทร บางชนิดที่มีอยู่จำเพาะในถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของมัน และการที่นกไม่ยอมปรับพฤติกรรมในการเปลี่ยนไปกินอาหารชนิดอื่นเลย นั่นทำให้ นกชนิดนี้ จึงมีข้อจำกัดอย่างที่สุด
ปัญหาการลดจำนวนลงในธรรมชาติ อย่างน่าใจหายจนแทบจะเรียกได้ว่า เป็นนกเลิฟเบริด์ที่กำลังสูญพันธุ์ นี้มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก การที่ถิ่นที่อยู่ มีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปจากเดิม,แหล่งอาหารจำเพาะถูกทำลายลง จึงกลายเป็นเรื่องเศร้าที่น่าเสียดาย
ข้อสังเกตุที่น่าสนใจบางประการ จากนักเพาะพันธุ์ที่เคยเลี้ยงนกชนิดนี้ ระบุว่า นกเลิฟเบริ์ดสายพันธุ์นี้ ไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้เกิน 3 วัน หากคู่ของมันต้องจากไป และเหตุผลทีว่า นกชนิดนี้ยังอ่อนแอและอ่อนโยนเกินไปสำหรับการเผชิญต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของธรรมชาติ และความเป็นนกอิสระเกินกว่าที่จะยอมรับส่วนหนึ่งของสังคมอื่นที่มิใช่พวกมัน โดยเฉพาะ "มนุษย์"
บางที...คำว่า "รักเดียว...จริงใจ...ตลอดกาล" สำหรับคำนิยามของนกที่ไม่ยอมทอดทิ้งคู่ของมัน...คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินกว่าจะให้ฉายา สำหรับ "เลิฟเบริ์ดสร้อยคอดำ หรือ Black-collared Lovebird" ที่กำลังรอวันจากไปอย่างนิรันดร์ สายพันธุ์นี้....